ผู้สนับสนุน

ความรู้พื้นฐานการถ่ายภาพ

วันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

การควบคุมฉากหลังในการถ่ายภาพมาโคร : การถ่ายมาโคร macro

ในการถ่ายภาพมาโคร จำพวก แมลง ดอกไม้เห็ดป่าต่างๆ
นอกจาก subject ที่เราจะต้องทำให้มันดูน่าสนใจทั้งด้วยตัวของมันเอง
กับการจัดองค์ประกอบเลือกวางตำแหน่งในภาพแล้ว
ฉากหลังก็นับว่าเป็นสิ่งที่จะเสริมเติมความสมบูรณ์ของภาพ ชนิดที่เรามองข้ามไม่ได้เลย
หลายๆภาพมีsubjectที่ลงตัวมาก ขาดอยู่ที่ฉากหลังที่ไม่สามารถขับความโดดเด่นของsubjectได้อย่างเต็มที่เท่านั้นเอง
วิธีการทำให้ฉากหลัง ไม่ให้มารบกวนกับsubjecหรือให้รบกวนน้อยที่สุดtนั้น มีอยู่หลายวิธีแต่วิธีง่ายที่สุดที่ใช้กันอยู่เป็นประจำในการถ่ายภาพแทบจะทุกประเภท
นั่นก็คือการทำให้เบลอไงครับ...
การเลือกใช้รูรับแสงให้กว้างที่สุด ทิ้งฉากหลังออกไปให้ไกลให้มากที่สุด
เข้าใกล้subject ให้ได้มากที่สุด เหล่านี้ล้วนแต่เป็นวิธีการเบื้องต้นที่จะละลายฉากหลังได้ครับ
กล้องทุกตัวที่สามารถปรับระบบพื้นฐานเช่นปรับรูรับแสงได้หรืออย่างน้อยก็มีโหมดมาโครให้เลือกใช้ก็น่าจะสามารถถ่ายในลักษณะนี้ได้นะครับ ขอเพียงแต่เราเลือกมุมที่เหมาะสมเท่านั้นเองรูปตัวอย่างพวกนี้ผมใช้กล้อง Nikon CP4500ตัวเล็กๆถ่าย ปรับไปที่โหมดมาโคร เดินวนไปวนมา เลือกดูมุมที่คิดว่ามีฉากหลังทิ้งห่างออกไปมากที่สุด แล้วก็ถ่ายแบบง่ายๆเลยครับ

image

image

 image

อีกวีธีที่จะสามารถควบคุมฉากหลังได้ก็คือการใช้แสง(lighting) ควบคุมครับ
สภาพแสงที่subjectกับฉากหลังต่างกันมากกว่า1.5-2 สตอป อธิบายง่ายๆก็คือ subject สว่างกว่าฉากหลังมากๆ
หรือให้ง่ายเข้าไปอีกก็คือ subjectอยู่ที่สว่าง ฉากหลังอยู่ในที่มืดนั่นแหล่ะครับ
ถ้าเจอสภาพแสงแบบนี้ก็สบายเลยครับ เลือกวัดแสงไปที่subject หมุนกล้องให้ฉากหลังอยู่ในส่วนมืดๆ เราก็จะได้รูปหลังดำๆแล้ว

image

แต่ในบางสถานะการณ์(บ่อยๆ) เราจะไม่สามารถควบคุมองค์ประกอบเหล่านี้ได้หรอกครับ อาทิเช่น
- ใช้รูรับแสงกว้างๆ ความชัดลึกก็ไม่สามารถครอบคลุมกับ subject ทั้งหมดได้
- หาฉากหลังที่ทิ้งห่างออกไปไม่ได้

- หาฉากหลังมืดกว่าsubject ไม่ได้
- หรือถึงหาได้มุมของ subject เองก็โดนบังคับ ไม่ให้ถ่ายมุมอื่นอีก
ดูรูปนี้ครับ รูปนี้ดูแล้วก็น่าจะมีมุมนี้แหละ ที่ถ่ายแล้วดอกไม้กลุ่มนี้จะดูดีที่สุด แต่ฉากหลังก็ไม่มืดกว่าหามุมที่ทิ้งห่างออกไปไม่ได้ก็เลยจำเป็นต้องยอมให้ภาพดูแล้วขัดๆ ไม่โดดเด่นเท่าที่ควร เพราะทั้งแสงแล้ว
ก็ตัวsubject ซี่งเป็นดอกไม้นั้นสวยมากนี้เป็นข้อจำกัดอีกประการของกล้องคอมแพคตัวเล็กครับ

image

ยังมีอีกวิธีที่เราสามารถควบคุมองค์ประกอบต่างๆเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์
วิธีนี้ก็คือการต่อแฟลชพ่วงออกมาภายนอกนั้นเองครับ
แต่วิธีนี้ นอกจากแฟลชและสายพ่วงแฟลชภายนอกแล้ว กล้องก็ยังต้องมีความสามารถ
ที่จะต่อแฟลชภายนอกได้ด้วยนะครับกล้องdigital ตั้งแต่ระดับ prosummer หรือ DSLR like ส่วนมาก จะสามารถเล่นวิธีนี้ได้ครับ
ลองมาดูกันรูปนี้ถ่ายที่เขาใหญ่กลุ่มเห็ดอยู่ชิดกับพื้นเลย แถมมุมก็บังคับ เล่นอะไรไม่ได้
จะใช้รูรับแสงกว้างๆ เห็ดก็จะไม่ชัดทั้งกลุ่มอีก ถ้าถ่ายแบบตรงๆ ก็จะได้รูปพื้นๆแบบนี้แหล่ะครับ
รูปนี้ผมใช้D100 ใช้Mode A ปรับรูรับแสงที่ 16 เพื่อจะได้ความชัดลึกที่ครอบคลุมกลุ่มเห็ด จำได้ว่าความ

 

image

แต่ถ้าเราสามารถต่อแฟลชออกมาภายนอกกล้องด้วยสายพ่วง ปัญหานี้ก็จิ๊บจ๊อยครับ
หลักการการถ่ายภาพแบบนี้ก็คือ
- แสงของsubject จะควบคุมด้วยแสงแฟลช
- แสงของฉากหลังจะควบคุมด้วยการเปิดรับแสงของกล้อง
ลองดูรูปนี้แล้วกันครับ
เหมือนกันกะรูปข้างบนแด๊ะๆ แต่ผมเปลี่ยนมาใช้สายพ่วงแฟลช หรือที่เรียกกันง่ายๆว่าสายซิงค์
เซ๊ทกล้องในระบบ manaul ปรับรูรับแสง16 เช็คความชัดลึกว่าเป็นไปตามที่ต้องการหรือไม่
ปรับความเร็วชัตเตอร์ไปที่ 1/200 sec ซึ่งเมื่อเทียบกับรูปข้างบนแล้ว จะเห็นว่าผมปรับกล้องให้อันเดอร์มากๆเลย
ผมใช้สายซิงค์ต่อแฟลชให้แยกออกมาจากกล้อง แล้วถือแฟลชไปยิงด้านข้างๆเฉียงไปทางข้างหลังนิดหน่อยกะว่าไม่ให้แสงแฟลชไปโดนฉากหลัง รูปที่ได้ก็จะออกมาแบบนี้แหล่ะครับ
- กลุ่มเห็ด ได้รับแสงจากแฟลช
- ฉากหลัง มืดสนิทลงไป เพราะผมปรับกล้องให้อันเดอร์ไปมากกว่า 3 สตอป

image

image

นอกจากฉากหลังที่มืดทึบแล้วที่บางคนอาจไม่ชอบ เราก็ยังสามารถปรับระดับความเข้มของฉากหลังให้เป็นไปตามอารมย์ที่เราต้องการได้อีกด้วยครับ
รูปทางซ้ายมือนี้ผมถ่ายด้วย modeA วัดแสงได้เท่าไรก็ถ่ายเท่านั้น รูปออกมาเป็นอย่างที่เห็นครับ ส่วนรูปทางขวาผมปรับกล้องอีกนิด ง่ายๆ ปรับชดเชยแสงที่ตัวกล้องให้อันเดอร์ลงไป 1.5 สต๊อป แล้วใช้แฟลชพ่วงแยกออกไปยิงด้านบนเฉียงขวา ออกมาแบบนี้ครับ ลองเปรียบเทียบความแตกต่างดูครับ

image

image

อีกซักตัวอย่าง เพื่อให้เห็นภาพว่า แยกแฟลชแล้วทำอะไรได้บ้าง
ใบไม้รูปนี้ อยู่ในร่มไม้สภาพแสงไม่ต่างอะไรไปกับฉากหลัง ถ้าจะเลือกใช้รูรับแสงกว้างๆเพื่อให้ฉากหลัง
เบลอขาดออกไปก็พอที่จะทำได้นะครับ แต่ว่าใบไม้ก็จะไม่ชัดตลอดทั้งไปจนถึงก้านอย่างที่ผมต้องการรูปบน ผมเลือกใช้รูรับแสง 14 ความเร็วที่วัดได้คือ 1/60 sec
รูปดูพอใช้ได้เหมือนกัน แต่ใบไม้ก็ยังไม่ค่อยเด่นสะดุดตาซักเท่าไร
รูปล่างผมปรับกล้องให้อันเดอร์ลงไปสต๊อปกว่าๆ แล้วเอาแฟลชไปยิงด้านหลังของใบไม้ทำให้เกิดเป็นริมไลท์ขึ้นมาตามขอบใบไม้รวมไปถึงก้านด้วย ฉากหลังก็มืดลงเพราะเราปรับใก้กล้องรับแสงได้น้อยลง ตัดกับความสว่างโปร่งของใบไม้ที่มาจากแสงแฟลช ทำให้ใบไม้ดูโดดเด่นขึ้นอีกมากเลยครับ

image

image

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น