ผู้สนับสนุน

ความรู้พื้นฐานการถ่ายภาพ

วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

พื้นฐานการถ่ายรูป : จัดไฟแฟลชจัดทิศทางของแสงแฟลช

สำหรับ ผู้ที่ยังศึกษาแสงแฟลชไม่ถึงกับจริงจังมากนัก ก็อาจจะไม่มีนึกชอบแสงจากแหล่งกำเนิดประเภทนี้สักเท่าไหร่ โดยอาจจะมีเหตุผลว่าแสงและเงาที่ได้ดูแข็ง ควบคุมยาก ภาพออกมาไม่สวย ฯลฯ ซึ่งอันที่จริงแล้วนั่นอาจเป็นความเชื่อจากความคุ้นเคยที่ได้รับจากแฟลชชนิด ติดกล้องที่ไม่สามารถทำอะไรได้แตกต่างออกไปได้นอกจากการให้แสงสว่างไปยัง วัตถุตรงหน้าในทิศทางเดียวเท่านั้น

 

เพราะแฟลชประเภทนี้จะถูกติดอยู่กับที่แบบตายตัว ไม่สามารถปรับเปลี่ยนทิศทางหรือองศาของแสงได้แต่อย่างใด อาวุธคู่กายช่างภาพระดับจริงจังที่สำคัญอย่างหนึ่งซึ่งจะขาดเสียมิได้ก็คือ “แฟลชแยก” พร้อมกับความสามารถในการปรับเปลี่ยนองศาและทิศทางของแสง, การลดระดับกำลังความสว่าง ไปจนกระทั่งความสามารถในการแยกเป็นอิสระออกจากตัวกล้องทั้งแบบใช้และไม่ใช้สายสัญญาณ ซึ่งก็จะทำให้นักถ่ายภาพสามารถสร้างสรรค์ภาพถ่ายที่แตกต่างออกไปได้มากยิ่งขึ้น แฟลชสามารถทำได้ทั้งการใช้จบในตัวมันเอง (ใช้เฉพาะแสงแฟลช) กับการใช้ร่วมกับแสงชนิดอื่น ๆ เช่นแสงอาทิตย์ เพื่อสร้างสรรค์ลักษณะของแสงที่น่าสนใจลงบนตัวแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแฟลชสามารถแยกออกจากตัวกล้องได้นั้น มันจะช่วยให้ภาพถ่ายบนวัตถุชนิดเดียวกันแต่สามารถให้อารมณ์ของแสงและเงาได้นับสิบนับร้อยแบบและอารมณ์ของภาพ

image

ตัวอย่างของแสงแฟลชที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ในภาพถ่ายประเภท “มาโคร” อย่างการถ่ายภาพแมลงและดอกไม้ในปัจจุบันนี้การบันทึกภาพมาโครโดยใช้แฟลชแยกจากตัวกล้องกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากจนเกิดการประยุกต์ทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จะมีต่อแฟลชแบบใหม่ ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างสรรค์ลักษณะภาพแบบใหม่ไม่ซ้ำใครบนตัวแบบที่น่าสนใจ โดยที่หนึ่งในปัจจัยที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดสำหรับการใช้แสงแฟลชก็คือ “ทิศทางของแสงแฟลช” ที่เราสามารถควบคุมได้นั่นเอง การปรับเปลี่ยนทิศทางของแสงในหลากหลายรูปแบบก็จะทำให้เกิดเงาขึ้นด้วย ซึ่งแสงและเงาที่ปรากฏอยู่บนตัวแบบนั้นจะทำให้วัตถุที่ปรากฏเกิดความรู้สึกร่วมในอารมณ์ของผู้ดูภาพได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างกรณีที่เห็นได้ชัดเจนและคุ้นเคยมากที่สุดก็คือการส่องไฟด้านล่างของใบหน้าบุคคลก็จะทำให้เกิดความรู้สึกลึกลับหน้ากลัวขึ้นมาได้ ซึ่งเราสามารถถ่ายภาพอารมณ์นี้ได้ไม่ยากโดยการใช้แฟลชที่ยิงแสงขึ้นทางด้านบน (จากใต้คาง) ซึ่งก็จะได้ภาพในลักษณะเดียวกันในอารมณ์ของภาพแบบอื่น ๆ นั้น ก็สามารถสร้างสรรค์หรือสนับสนุนได้ด้วยทิศทางของแสงแฟลชได้เช่นกัน เราอาจจะจำลองลักษณะของแสงแดดที่มีผลต่อวัตถุได้โดยการใช้ทิศทางของแสงแฟลช เช่น แสงเฉียงข้าง เป็นต้น

image

เทคนิคในการปรับทิศทางแสงแฟลช
• ใช้ไฟฉายลองส่องหาทิศทางที่เหมาะสมต่อตัวแบบโดยดูผ่านช่องมองภาพก่อนที่จะ ปรับใช้แฟลชจริง วิธีนี้จะทำให้เราใช้เวลาน้อยลงสำหรับการเลือกทิศทางที่เหมาะสม
• ใช้วัตถุสะท้อนแสงอื่นๆ ช่วยในการเพิ่มปริมาณแสงสะท้อนกลับมายังทิศทางตรงกันข้าม ซึ่งในบางกรณีอาจจะดูเหมือนใช้แฟลชสองตัวเลยทีเดียว
• บางครั้งแสงแฟลชที่ยิงตรงไปยังตัวแบบอาจจะดูแข็งเกินไป ลองใช้วัตถุหรือวัสดุอื่นๆ ทำหน้าที่สะท้อนแสงดู อย่างเช่นปรับทิศทางของวัสดุสะท้อนแสงไปยังตัวแบบตามที่เราต้องการ แล้วยิงแฟลชใส่วัสดุสะท้อนแสงนั้น
• Lens hood ช่วยป้องกันอาการแฟลร์จากแสงแฟลชที่หน้าเลนส์ได้ในบางกรณี โดยเฉพาะที่แสงแฟลชวิ่งเฉียงย้อนเข้าหาหน้าเลนส์ ควรติดตั้งมันเอาไว้เสมอ
• อย่าลืมคุณสมบัติในการปรับลดกำลังของแสงแฟลช มันสามารถช่วยได้ในตัวแบบที่มีพื้นผิวแตกต่างกันไป
• ระยะทางระหว่างแฟลชถึงตัวแบบก็มีผล แฟลชอยู่ห่างจะทำให้มันได้รับแสงน้อยลงแต่เงาจะดูนุ่มขึ้น แฟลชอยู่ใกล้จะทำให้มันสว่างมาก แต่เงาก็จะยิ่งดูแข็งขึ้นด้วย
• ในบางกรณีอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้แฟลชแบบเต็มกำลัง (1/1) เราอาจจะปรับลดกำลังลงมาต่ำได้โดยการลดสปีดชัตเตอร์หรือเพิ่มความกว้างของรู รับแสงขึ้นไป การปรับลดกำลังแสงแฟลชจะยิ่งทำให้มันชาร์จได้เร็วขึ้น และใช้พลังงานน้อยลงด้วย
“ทิศทางของแสง” เป็นเรื่องสำคัญที่นักถ่ายภาพไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะกรณีของแสงฟลชนั้นอย่าได้ประมาทว่าทำอะไรไม่ได้นอกจากการทำให้ภาพ สว่าง แฟลชมีอิทธิพลมากมายนักต่อโลกของการถ่ายภาพนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทคนิคต่างๆ ถูกนำมาปรับใช้งานเสียจนบางครั้งเราแทบไม่รู้เลยว่าในภาพถ่ายอันน่าประทับใจ นั้นมีแสงจากแฟลชในทิศทางต่างๆ กันเข้ามาร่วมอยู่ด้วย ซึ่งบางครั้งมันก็อาจจะมีมากกว่าหนึ่งตัวด้วยซ้ำไป

การหมั่นดูภาพจากนักถ่ายภาพท่านอื่นๆ และความเป็นคนช่างสังเกต (อันเป็นนิสัยที่ช่างภาพและนักสืบต้องมีเหมือนกัน) จะทำให้การใช้ลูกเล่นในเรื่องทิศทางแสงแฟลชของเราพัฒนาก้าวหน้าขึ้นไปได้รวด เร็วมาก แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ การลงมือทดลองถ่ายภาพด้วยประสบการณ์จริง ซึ่งในบางครั้งมันอาจจะให้ผลไม่เหมือนกับที่ศึกษามาหรือที่คิดเอาไว้อย่าง สิ้นเชิงเลยก็เป็นได้ ดังนั้นประสบการณ์จริงจึงสำคัญต่อกรณีเช่นนี้มากที่สุด
อย่าได้ประมาท “ทิศทางของแสงแฟลช” เพราะสิ่งนี้สร้างช่างภาพที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาหลายรายแล้ว.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น